|
เทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี พ.ศ. 2553 |
|
|
|
|
เขียนโดย พ.จ.อ.พินิจนันท์ มีสถิตย์
|
|
วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 12:56 น. |
|
แม้ว่าเศรษฐกิจจะยังอยู่ในช่วงวิกฤตก็ตาม แต่อัตราการเติบโตของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศยังคงเติบโตและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดย“เน็ตเวิร์คเวิลด์(Networkworld)”ได้คาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มของเทคโนโลยีที่น่าจับมองความเคลื่อนไหวมากที่สุดในปี พ.ศ. 2553 ต่อไปนี้ เทคโนโลยีแรก คือ อีรีดเดอร์ (eReader)” เป็นเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ “อีบุ๊ก (eBook)” ออกแบบมาเพื่อให้สะดวกต่อการพกพา ใช้งานง่าย ประหยัดพลังงาน และใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดวันละ 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน อีรีดเดอร์รองรับแฟ้มข้อมูลแบบต่างๆ อาทิ แฟ้มข้อมูลพีดีเอฟ (PDF) เอชทีเอ็มแอล (HTML) และเอ็มพีสาม (MP3) เป็นต้น มีบริษัทไอทีมากมายให้ความสนใจและแข่งขันกันพัฒนาอีรีดเดอร์ให้มีลูกเล่นใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่งกันมากขึ้นโดยเพิ่มความสามารถให้หลากหลายมากกว่าการอ่านอีบุ๊กเพียงอย่างเดียว อาทิ เก็บข้อมูลส่วนตัวจัดเก็บเอกสาร และดูหนังฟังเพลง เป็นต้น ทั้งนี้ มีการจัดอันดับอีรีดเดอร์ 3 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี พ.ศ. 2552 อันดับที่หนึ่งคือ คินเดิล 2 (Kindle 2) ผลิตโดย “แอมะซอน” มีรายการหนังสือกว่า 230,000 เล่ม อันดับที่สองคือ โซนี่รีดเดอร์พีอาร์เอส 700 (Sony Reader PRS 700) ผลิตโดย “โซนี่” สามารถเก็บอีบุ๊กได้ 350 เล่ม และอันดับที่สามคือ โซนี่รีดเดอร์พีอาร์เอส 505 (Sony Reader PRS 505) เก็บอีบุ๊กได้ 160 เล่ม นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์จากบริษัท“ไอซัพพลาย(iSuppli)” เกี่ยวกับยอดจำหน่ายอีรีดเดอร์ทั่วโลกว่าน่าจะมียอดขายเติบโตขึ้นจาก 5 ล้านเครื่องในปีพ.ศ.2552 เป็น 12 ล้านเครื่อง ในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งเพิ่มขึ้น1.4 เท่าของยอดจำหน่ายทั้งหมด จะเห็นได้ว่าในอนาคตหนังสือและตำราต่างๆก็จะไปอยู่ในรูปแบบอีบุ๊ก ซึ่งจะช่วยให้ลดปริมาณการใช้ทรัพยากรกระดาษเป็นอย่างมากและช่วยประหยัดพื้นที่ในการเก็บหนังสืออีกด้วย
เทคโนโลยีที่สอง คือ คอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือ (Tablets) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีหน้าจอแบบสัมผัส น้ำหนักเบา พกพาได้สะดวกเหมือนพกพาโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันทั้งด้านโทรศัพท์มือถือเข้ากับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือเปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยไมโครซอฟท์เปิดตัวคอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สเอ็กซ์พี ชื่อว่า “วินโดว์สเอ็กซ์พีแท็บเล็ตพีซี (Window XP Tablet PC)” และล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ได้เตรียมตัวที่เปิดตัวคอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือรุ่นใหม่ที่ทำงานโดยใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 ชื่อว่า “ไมโครซอฟท์เคอเรียร์ (Microsoft Courier)” อาจกล่าวได้ว่าปี พ.ศ. 2553 นี้น่าจะมีบริษัทคอมพิวเตอร์หลายแห่งแข่งขันกันพัฒนาและผลิตคอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือขึ้นและพัฒนาความสามารถให้มีลูกเล่นและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกับคู่แข่ง อนึ่ง เมื่อเดือนมกราคม 2553 “แอปเปิล (Apple)” ได้ประกาศเปิดตัวคอมพิวเตอร์ขนาดฝ่ามือขึ้นโดยใช้ชื่อว่า “ไอสเลท (iSlate)” โดยคาดว่าจะวางจำหน่ายในไตรมาสที่สองของปี พ.ศ. 2553 เทคโนโลยีที่สามคือ สามดี (3D) เป็นเทคโนโลยีกราฟิกที่นำเสนอข้อมูลและรูปภาพเสมือนจริงแบบสามมิติ เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างมากโดยนำเทคโนโลยีสามดีไปประยุกต์ใช้สร้างภาพยนตร์ในรูปแบบสามมิติที่ทำให้ผู้ชมภาพยนตร์รู้สึกเสมือนว่าอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์เหล่านั้นจริงๆ ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมภาพยนตร์ในยุคนี้ไม่น้อย ตัวอย่าง ภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร (AVTAR)” เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นของสหรัฐอเมริกาที่ได้นำเทคโนโลยีสามมิติไปประยุกต์ใช้ที่ทำให้ผู้ชมที่ชมภาพยนตร์รู้สึกเสมือนเข้าไปอยู่ในโลกของอวตารจริงๆ ทำให้มีผู้สนใจไปดูกันอย่างล้นหลามและกวาดรายได้ไปแล้วกว่า 8,000 ล้านบาท นอกจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์แล้วในโลกอินเทอร์เน็ตก็มีโลกเสมือนจริงอย่างเช่น เว็บโลกเสมือนจริงชีวิตที่สอง (SecondLife) ที่มีสถานที่ต่างๆ มากมายแบบสามมิติให้นักท่องอินเทอร์เน็ตเข้าไปชมเสมือนว่าได้เข้าไปอยู่ในที่เหล่านั้นจริงๆ โดยให้สมัครสมาชิกแล้วสร้างตัวอวตารของตนขึ้นมาก็สามารถเข้าไปท่องตามเกาะหรือสถานที่ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ ตัวอวตารก็สามารถทำอะไรก็ได้ที่ไม่สามารถทำได้ในโลกจริงๆ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม ตัวอย่าง ศ.ดร. ศรีศักดิ์ จามรมาน ซีอีโอของวิทยาลัยการศึกษาทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตก็ไปซื้อเกาะแล้วตั้งชื่อว่า “เกาะมหาเสน่ห์” และ นำวิทยาลัยการศึกษาทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตเข้าไปไว้ให้นักศึกษาและผู้สนใจเข้าไปเรียนผ่านโลกเสมือนจริงชีวิตที่สอง เมื่อเรียนจบก็จะได้ใบปริญญาซึ่งมีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากับผู้ที่จบการศึกษาแบบในห้องเรียนจริงๆ ทุกประการ เทคโนโลยีที่สี่คือ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เป็นเทคโนโลยีบนโทรศัพท์มือถือซึ่งใช้งานได้บนลีนุกซ์ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2550ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทแอนดรอยด์แล้วต่อมากูเกิลก็เข้าซื้อกิจการเมื่อปี พ.ศ. 2548 เพราะกูเกิลตั้งใจที่จะขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ เอชทีซีดรีมเป็นโทรศัพท์มือถือแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เปิดตัวไปเมื่อตุลาคม 2551 อย่างไรก็ตาม การ์ทเนอร์ก็ได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2555 แอนดรอยด์จะเป็นระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากซิมเบียน ขณะที่อันดับสามคาดว่าจะเป็นไอโฟน อันดับที่สี่เป็นวินโดว์สโมบาย และอันดับที่ห้าเป็นแบล็คเบอร์รี่ จากการที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้งทำให้ชีวิตของผู้คนในยุคไอทีสะดวกสบายมากขึ้นและยังเป็นอาวุธคู่กายที่คอยช่วยให้การติดต่อสื่อสาร และการดำเนินกิจการงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม ผู้คนในยุคไอทีทั้งหลายก็ต้องติดตามความคืบหน้าและแนวโน้มของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าเป็นหน่วยงานธุรกิจยิ่งต้องติดตามไม่ให้คาดสายตาเพราะอาจจะเป็นหน่วยงานที่ล้าสมัยและไม่มีกลยุทธ์อะไรใหม่ๆ ไปใช้ในการดำเนินกิจการงานต่างๆ แข่งกับคู่แข่งได้ ที่มา : http://www.telecomjournal.net/index.php |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 12:38 น. |