บางครั้งเรารู้สึกไม่สบาย เช่น ปวดหัว ตัวร้อน เบื่ออาหาร หรือคัดจมูก แต่แล้วไม่นานนัก เราก็รู้สึกสบายขึ้นกลับเป็นปกติ นั่นเป็นเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วร่างกายของเราสามารถเอาชนะความเจ็บป่วยเล็กๆ ด้วยตนเองได้ เสมือนกับเป็นพระเอกแสนเก่งในภาพยนตร์ โดยร่างกายของเราจะพยายามป้องกันตัวเองจากศัตรูผู้บุกรุกที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายได้

ในขณะที่ร่างกายต่อสู้กับความเจ็บป่วย
อาการเจ็บป่วยของเรา ซึ่งอาจหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยา เป็นผลมาจากชัยชนะในการรบของร่างกายกับศัตรู ทำให้เราสบายขึ้นได้ เราสามารถช่วยพระเอกคนเก่งในร่างกายของเราได้ โดยใช้วิธีง่ายๆ ในการดูแลรักษาตนเอง ซึ่งทำได้ที่บ้านหรือการใช้ยาสามัญประจำบ้านและการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตตามข้อแนะนำต่างๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้

รู้ว่าควรรักษาตัวเองเมื่อใด
มนุษย์เราได้พยายามรักษาอาการเจ็บปวดเล็กๆน้อยๆตัวเราเองมานานนับศตวรรษแล้ว แม้ว่าการดูแลรักษาตนเองจะเป็นวิธีทางการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์เรา แต่ส่วนใหญ่แล้ววิธีการรักษามักเป็นทางไสยศาสตร์หรือเรื่องเล่าต่อกันมา โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถเข้าใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้ดีขึ้น การดูแลรักษาตนเองในยุคปัจจุบันจะช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายและช่วยร่างกายในการรักษาตนเอง ดังนั้นพวกเราจึงควรเรียนรู้วิธีการดูแลรักษาตัวเองอย่างง่ายๆ และได้ผลอีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าเรากำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้ตนเองหายป่วยได้เร็วขึ้น

รู้ว่าเมื่อใดควรปรึกษาแพทย์
โดยการดูแลรักษาตนเอง เราจะสามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพของตัวเราเองได้กว่า 80% แต่ในบางครั้งการเจ็บป่วยของเราก็จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัย และดูแลรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ การเรียนรู้วิธีประเมินความเจ็บป่วยอย่างง่ายๆ จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเมื่อใดที่สามารถรักษาตนเองได้ และเมื่อใดที่จะต้องปรึกษาแพทย์ การเรียนรู้การดูแลรักษาตนเองยังช่วยให้เราสามารถทราบเวลาที่เหมาะสมที่จะไปใช้บริการทางสุขภาพ และเมื่อเราจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ความรู้ที่เราได้รับจากการรู้จักประเมินอาการตนเอง จะช่วยให้เราสื่อสารกับแพทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งเราและแพทย์จะมีส่วนร่วมกันในการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีขึ้น

การดูแลรักษาตนเองเหมาะสมกับเราหรือไม่
การดูแลรักษาตนเองเป็นสิ่งที่เหมาะกับการเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ ซึ่งสามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน ยกเว้นคนชราและเด็กเล็ก ซึ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงเหมาะสำหรับอายุ 10 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี แต่สำหรับหญิงมีครรภ์หรือเป็นโรคบางอย่างโดยเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะโรค ควรปรึกษาแพทย์ดูว่าการดูแลรักษาตนเองสามารถทำได้หรือไม่

เตรียมตัวสำหรับการดูแลรักษาตนเอง
การดูแลรักษาตนเองจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ถูกต้อง รวมทั้งความรู้พื้นฐานในการประเมินอาการตนเองและทักษะอีกเล็กน้อย

ดูแลอาการเจ็บป่วยของตนเอง
ควรเข้าใจได้ว่าอะไรกำลังเกิดกับร่างกายของเรา และประเมินได้ว่าอาการเหล่านี้ สามารถรักษาเองได้หรือไม่ รู้วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการนั้น และรู้ว่าควรปรึกษาแพทย์เมื่อไร
ทำความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
ให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดในร่างกายของเราสำหรับแต่ละอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจอาการเจ็บป่วยที่น่ารำคาญและไม่สบายนี้ และตระหนักถึง “ความฉลาดของร่างกาย” จะช่วยให้เราเลือกทำสิ่งที่ช่วยเร่งการหายป่วยของร่างกายได้
การประเมินความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย
อาการเจ็บป่วยเป็นวิธีที่ร่างกายสื่อสารกับเรา การประเมินอาการโดยการวัดและสังเกตจะช่วยให้เราแปล “ภาษาของร่างกาย” ได้ ซึ่งจะช่วยเราในการเลือกวิธีบรรเทาอาการและช่วยในการตัดสินใจไปพบแพทย์
บรรเทาอาการ
การบรรเทาอาการ คือ การกระทำที่ทำให้ตัวเราเองรู้สึกสบายขึ้น ในขณะที่กระบวนการรักษาตัวเองตามธรรมชาติของร่างกายกำลังดำเนินไป อาจประกอบด้วย การรักษาง่ายๆที่บ้าน เช่น สูดไอน้ำร้อน การเลือกใช้ยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาน้ำแก้ไอ หรือยาลดน้ำมูก และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต รวมทั้งการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย
เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์
การที่เราจะมั่นใจในการดูแลรักษาตนเองได้ เราควรรู้ว่าเมื่อใดจึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ อาการเตือนให้สังเกตได้ เช่น เกิดขึ้นทันทีทันใด อาการที่รุนแรง อาการที่ไม่ดีขึ้นเลย หรืออาการที่กลับเป็นซ้ำ หรือมีอาการผิดปกต ิที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายอย่าง ถ้ามีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ทันที

ปรึกษาแพทย์
เมื่อจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญและเพื่อให้ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ในการพบแพทย์แต่ละครั้ง ควรเรียนรู้วิธีการเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปพบแพทย์เพื่อเราจะได้รับประโยชน์มากที่สุด และต้องเรียนรู้สิ่งสำคัญที่ควรจะต้องบอกต่อแพทย์ และรู้ว่าควรซักถามอะไรที่จะช่วยในการวินิจฉัยและการรักษาโรคของเรา

หน้าหลัก / ต่อไป

การดูแลรักษาตนเองจะช่วยบรรเทาอาการ