จะรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก จมูกตันและมีน้ำมูกไหล โพรงจมูกมีน้ำคั่งบางครั้งอาการคัดจมูกอาจดีขึ้นโดยการจาม อาการคัดจมูกมักเกิดจากการติดเชื้อ บางครั้งอาจเกิดจากภาวะภูมิแพ้หรือการใช้สเปรย์พ่นจมูกบ่อยเกินไป ซึ่งจะทำให้เยื่อบุผิวจมูกบวมและมีสิ่งคัดหลั่งออกมา อาการคัดจมูกที่เกิดจากการติดเชื้อมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ ไอ และเจ็บคอ แต่ถ้าอาการคัดจมูกของเราเกิดจากภาวะภูมิแพ้ น้ำมูกมักจะใส มีอาการจาม คันตาและมีน้ำตาไหลร่วมด้วย
กำลังเกิดอะไรขึ้นเมื่อคัดจมูก ?
เมื่อเป็นหวัด จะมีเลือดมาเลี้ยงเยื่อบุผิวช่องจมูกมากขึ้นเพื่อนำเอา เม็ดเลือดขาวและ antibody มาต่อสู้กับการติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการคัดจมูก นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการไข้ขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้ช่องจมูกมีสภาพไม่เหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย สิ่งคัดหลั่งของจมูกยังช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกไปได้ด้วย แต่ถ้าอาการคัดจมูกเกิดจากภาวะภูมิแพ้ สารภูมิแพ้จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเคมีเช่น histamine ออกมา ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคัดจมูก มีน้ำมูกไหล

การประเมินอาการ
เป้าหมายของการประเมินอาการก็เพื่อให้ทราบว่าอาการคัดจมูกนั้นเกิดขึ้นจากการติดเชื้อหรือไม่ โดยสังเกตว่า ถ้ามีไข้ น้ำมูกมีสีเข้ม น้ำมูกข้น และอาการปวดบริเวณโพรงอากาศ (sinus) จะเป็นสิ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งควรได้รับการรักษาโดยแพทย์
มีไข้หรือไม่ ?
สะบัดปรอทวัดไข้ให้ปรอทลงไปต่ำสุด อมใต้ลิ้น 3 นาทีแล้ว อ่านผล ถ้ามีไข้ 38.9
ขึ้นไปควรพบแพทย์
น้ำมูกเป็นอย่างไร ?
ถ้ามีน้ำมูกปนเลือด มีสีน้ำตาลปนเขียว ควรพบแพทย์
ปวดบริเวณโพรงอากาศ
ลองกดเบาๆ บนใบหน้า บริเวณโพรงอากาศซึ่งอยู่บริเวณรอบๆตา ถ้ารู้สึกปวดมาก ควรพบแพทย์


การดูแลรักษาตนเองเพื่อบรรเทาอาการ
แม้ว่าอาการคัดจมูกจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการช่วยเหลือตนเองของร่างกาย แต่ก็ทำให้เกิดความอึดอัดไม่สบายด้วย เป้าหมายของการดูแลรักษาตนเองคือทำให้เรารู้สึกสบายขึ้น ในขณะที่ช่วยลดสิ่งคัดหลั่งและลดการอุดตันในจมูกควรป้องกันการกระจายของไวรัสโรคหวัด โดยการทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังผงที่มิดชิด และล้างมือบ่อยๆ


ควรปรึกษาแพทย์เมื่อ
• มีไข้ 38.9 ขึ้นไป
• น้ำมูกปนเลือดมีสีน้ำตาล หรือ เขียว
• ปวดบริเวณหน้าผาก คางและฟันบน
• มีอาการคัดจมูกนานเกินกว่า 3 สัปดาห์

ย้อนกลับ / หน้าหลัก / ต่อไป

การดูแลรักษาตนเองเมื่อคัดจมูก