เราอาจกำลังเล่นสเก็ตบอร์ดอยู่อย่างสนุกสนาน แต่ขณะที่กำลังจะ “ร่อน” นั้น สเก็ตบอร์ดเกิดหลุดออกไปเราก็ล้มกระแทกเกิดบาดแผล และแผลถลอกที่เข่าและมือ การเกิดบาดแผลและแผลถลอกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย โชคดีที่ส่วนใหญ่จะเป็นแผลเล็กน้อยที่ไม่ต้องเย็บ ไม่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะหรือพบแพทย์ อย่างไรก็ตามเราต้องรู้ถึงลักษณะของแผลที่อาจมีปัญหาต่อเส้นเลือด กล้ามเนื้อ เส้นประสาท และเส้นเอ็น รวมถึงแผลที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อด้วย
กำลังเกิดอะไรขึ้น เมื่อผิวหนังเกิดการฉีกขาด จะมีน้ำเหลืองซึ่งเป็นของเหลวจากเลือดที่มีภูมิคุ้มกัน (antibody) ซึมเข้ามาในบริเวณแผล ลักษณะแดงรอบแผลอาจเกิดขึ้นได้จากการที่มีเลือดมายังบริเวณแผลมากขึ้น เพื่อนำเอาเม็ดเลือดขาวและอาหารมา ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงอาจบวมโตขึ้น เป็นการตอบสนองต่อการช่วยตนเองในขณะที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ และสุดท้ายจะเกิดสะเก็ดซึ่งเป็น “พลาสเตอร์ธรรมชาติ” เพื่อปกป้องบาดแผลในขณะที่กำลังจะหาย

แผลถูกบาด
เป็นการฉีกขาดแคบๆ ของผิวหนังซึ่งจำเป็นต้องปิดไว้ ส่วนแผลถูกตำเป็นแผลจากของมีคมแทงเข้าไปในเนื้อเยื้อ ซึ่งไม่ควรปิดปากแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อบาดทะยัก

แผลถลอก
จะเกิดความเสียหายเฉพาะชั้นตื้นๆ ของผิวหนัง อย่างไรก็ตามแผลถลอกจะเจ็บมากกว่าแผลถูกบาด เพราะมีการฉีกขาดของเส้นประสาทมากกว่า

ป้องกันบาดทะยักในแผลที่ถูกบาดลึก
บาดทะยักเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง ซึ่งสามารถเกิดได้กับแผลที่ลึกหรือสกปรก ควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ถ้ายังไม่เคยฉีดครบ 3 เข็มตามกำหนดปกติมาก่อน หรือถ้ามีแผลที่สกปรกเปรอะเปื้อนและได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 5 ปีแล้ว หรือเป็นแผลเล็กที่สะอาดแต่ฉีดเข็มสุดท้ายมานานเกิน 10 ปีแล้ว

การประเมินอาการ
เป้าหมายคือเพื่อให้แน่ใจว่าเกิดการบาดเจ็บเฉพาะที่ผิวหนัง แต่ถ้ามีเลือดออกเรื่อยๆ รู้สึกชา มีไข้ และไม่สามารถขยับส่วนนั้นได้ ล้วนชี้ว่าอาจมีปัญหาที่รุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งควรได้รับการรักษาจากแพทย์
ลักษณะที่ชวนสงสัย
ถ้าแผลมีเลือดออกอยู่เรื่อยๆ รู้สึกชา มีไข้ หรือไม่สามารถขยับส่วนที่บาดเจ็บได้ ควรพบแพทย์
แผลใหญ่/ลึกเพียงใด
ถ้าบาดแผลตื้นและยาวน้อยกว่า 1 นิ้ว ไม่อยู่บริเวณข้อพับ และสามารถจับขอบแผลชิดกันได้ไม่ยาก แผลนั้นก็อาจไม่ต้องเย็บก็ได้

การดูแลรักษาตนเองเพื่อบรรเทาอาการ
แผลถูกบาดและแผลถลอกส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ และสามารถดูแลรักษาตนเองได้ที่บ้าน เป้าหมายของการดูแลรักษาตนเองเพื่อบรรเทาอาการก็คือ ป้องกันการติดเชื้อและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น


ควรปรึกษาแพทย์เมื่อ
• เลือดไม่หยุดไหล
• ชาหรือไม่สามารถขยับบางส่วนที่บาดเจ็บได้ตามปกติ
• แผลใหญ่หรือลึก
• บาดแผลบริเวณมือและใบหน้า เว้นแต่จะตื้นมาก
• ไม่สามารถจับให้ขอบแผลชิดกันได้ง่าย
• ไม่สามารถเอาสิ่งตกค้างในแผลออกได้
• เมื่อจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
• บาดแผลจากการคนหรือสัตว์กัด
• มีลักษณะของการติดเชื้อ (มีไข้ หนอง บวม ปวด รอยแดง หรือเป็นรอยแยก)
• บาดแผลไม่หายดีภายใน 3 สัปดาห์

ย้อนกลับ / หน้าหลัก / ต่อไป

การดูแลรักษาตนเองเมื่อเกิดแผลถูกบาด/แผลถลอก