Page 191 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 191
สู่ความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาล
ศูนย์หัวใจ ส่งต่อผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ (ล่าง)
สูงกว่า เช่น โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
กับการใส่สายสวนหัวใจผ่านทางข้อมือ
ในบรรดาโรคภัยต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน โรค หรือโรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เป็นแห่งแรกของประเทศไทย
หลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease; CAD) หรือ ในเวลานั้นยังไม่มีทีมเฉพาะทาง คือแพทย์และพยาบาล
โรคหลอดเลือดหัวใจแข็ง (Atherosclerotic Heart Disease) ที่สามารถท�าหัตถการสวนหัวใจได้ อีกทั้งไม่มีเครื่องมือ
หรือโรคหัวใจขาดเลือด ได้ชื่อว่าเป็นภัยเงียบที่ก�าลังคุกคาม อุปกรณ์และสถานที่ในการท�าหัตถการ จึงจ�าเป็นต้องแก้ไข
สุขภาพของคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะหัวใจขาดเลือด ปัญหาด้วยการส่งต่อผู้ป่วย แต่มักประสบปัญหาในเรื่องของ
เฉียบพลันนับเป็นโรคที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่ส�าคัญ ระยะเวลาที่ใช้ในการส่งต่อผู้ป่วยและไม่มีเตียงรับผู้ป่วย ส่งผล
ของประเทศไทย ดังนั้นการดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มโรคหัวใจ ให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงหรือเสียชีวิต ซึ่งในอดีตโรงพยาบาล
และหลอดเลือดจึงถือเป็นสิ่งส�าคัญของโรงพยาบาลทุกแห่ง สมเด็จพระปิ่นเกล้า มีผู้ป่วยกลุ่มโรคนี้ประมาณ ๕๐๐ คนต่อปี
ทั่วประเทศ รวมทั้งโรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ
ที่ได้ให้ความส�าคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยมีการพัฒนา
ศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมา
เป็นล�าดับ
หากย้อนกลับไปเมื่อ ๒๐ ปีก่อน การดูแลรักษาผู้ป่วย
โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคหัวใจตีบของโรงพยาบาลหลัก
ในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือ
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า การท�างานของห้องตรวจ
โรคอายุรเวชกรรม หรือห้องตรวจโรคฉุกเฉิน จะมีการคัดกรอง
ผู้ป่วยเพื่อเข้ากระบวนการ Fast Track ส�าหรับการดูแลผู้ป่วย
โรคหัวใจเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา
ด้วยยาขยายหลอดเลือดหัวใจได้อย่างทันท่วงที และมีการ
ติดตามสังเกตอาการต่อที่หอผู้ป่วยวิกฤตอายุรเวชกรรม
แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไม่ดีขึ้นจ�าเป็นต้องได้รับการรักษา
ด้วยการฉีดสีท�าบอลลูนขยายหลอดเลือด จะต้องวางแผน
189
AW-NAVAL MED. BOOK-0.indd 189 3/17/16 5:53 PM

