Page 60 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 60
(ขวาบน)
พิธีวางศิลาฤกษ์ ภูมิพลอดุลยเดช ให้ใช้ชื่อว่า “โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์”
พระบวรราชานุสาวรีย์ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๗ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
โดยมี ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร ผู้ทรงได้รับสมัญญานามว่า “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และ
นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
เป็นประธานในพิธี ในท�านองเดียวกัน เนื่องจากช่วงเวลานั้นมีผู้ที่เคารพบูชา
ในพระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจต่างๆ ในพระบาท
(ขวาล่าง)
ผู้บัญชาการทหารเรือ สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รวบรวมเรี่ยไรเงินกันเพื่อ
กล่าวรายงานในพิธีวางศิลาฤกษ์ จัดสร้างพระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า
พระบวรราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอยู่หัวขึ้น กรมแพทย์ทหารเรือจึงได้ว่าจ้างกรมศิลปากร
เมื่อ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๗ ท�าการหล่อพระรูปของพระองค์ท่าน เพื่อจะประดิษฐานไว้ที่
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนพระแท่นฐานรองรับ
พระรูปนั้น นายประวัติ มงคลสมัย เป็นผู้ออกแบบให้โดย
ไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด กระทั่งได้ท�าพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อ
(ล่าง) วันที่ 1๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๗ พร้อมกับเปิดตึกรังสี โดย
๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๗
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นประธาน
มีพระบรมราชานุญาต ในพิธี
ให้โรงพยาบาลทหารเรือสัตหีบใช้ชื่อใหม่ว่า
“โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์”
นอกจากนี้ ใน พ.ศ.๒๕๐๗ ยังได้มีการเปลี่ยนชื่อ
โรงเรียนจ่าพยาบาลเป็น “โรงเรียนพยาบาล กองการศึกษา
กรมแพทย์ทหารเรือ” สังกัดกองการศึกษา กรมแพทย์
ทหารเรือ รวมทั้งกรมแพทย์ทหารเรือยังได้รับอนุมัติให้
เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของแพทย์ฝึกหัดได้ แต่ทางกรมแพทย์
ทหารเรือเห็นว่าจ�านวนเตียง 18๐ เตียง ที่มีอยู่ในขณะนั้น
แม้จะพอเป็นที่ฝึกหัดแพทย์ได้ แต่ก็ยังไม่เหมาะสมนัก
เพราะผู้ป่วยทั้งชายและหญิงยังน้อยอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากตอน
เปิดโรงพยาบาลในปีแรกๆ เปิดเพียงแผนกคลอดบุตร โรค
เฉพาะสตรีและเด็กเท่านั้น ดังนั้นใน พ.ศ.๒๕๐8 จึงได้ขยาย
ให้มีเตียงทางอายุรเวชกรรม รวมถึงศัลยกรรมชายและหญิง
เพิ่มขึ้นอีก ๒๐๐ เตียง โดยกรมแพทย์ทหารเรือได้ด�าเนิน
๕8
AW-NAVAL MED. BOOK-0.indd 58 3/21/16 4:55 AM

