Page 295 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 295
พลเรือโท พันเลิศ แกล้วทนงค์
เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ (๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗ - ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘)
กล่าวได้ว่า การเป็นแพทย์และการเข้ามาปฏิบัติงานในกรมแพทย์ทหารเรือนั้น ได้สร้างโอกาส การเรียนรู้ ประสบการณ์
และความภาคภูมิใจให้แก่ผมมากมาย โดยตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ผมได้บริหารและด�าเนินงานตาม
แผนยุทธศาสตร์ของกรมแพทย์ทหารเรือในห้วงปี 2๕๕๕ - 2๕๕8 ซึ่งนโยบายที่ผมขอฝากไว้มีดังนี้
๑. ศักยภาพด้านการรักษาพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าและโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ก็มีการ
พัฒนาไปในแนวทางของโรงพยาบาลระดับตติยภูมิให้เป็นไปตามศักยภาพที่ต้องมีความพร้อมทางการแพทย์สนับสนุนภารกิจ
กองทัพเรือและก�าลังพลที่เจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ทุกที่ ทุกเวลา โดยโรงพยาบาลทั้งสอง
พร้อมที่จะพัฒนาสู่ความเป็นโรงพยาบาลคุณภาพที่ยั่งยืน มีความเป็นเลิศทางการแพทย์สาขาที่มีความเชี่ยวชาญ มีความทันสมัย
ของอาคารสถานที่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อด�ารงไว้ซึ่งพันธกิจของกรมแพทย์ทหารเรือ
การผลักดันให้โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์พัฒนางานด้านการตรวจรักษาโรคเพิ่มมากขึ้นโดยขอบุคลากรเสริมจาก
โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ให้เป็นผู้ด�าเนินการจัดหาแพทย์หมุนเวียนกันไปตรวจรักษาเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการลดภาระ
ที่ผู้ป่วยจะต้องมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
2. การพัฒนาด้านการศึกษาเพื่อให้กรมแพทย์ทหารเรือเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง พยายามให้โรงพยาบาล
สมเด็จพระปิ่นเกล้าเป็นสถาบันสมทบในการเป็นโรงเรียนแพทย์ รวมทั้งสนับสนุนให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า และ
โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เปิดหลักสูตรของแพทย์ประจ�าบ้านให้ได้ครบหรือให้มากเท่าที่จะท�าได้
๓. ด้านผู้สูงอายุ ผมยังได้สนับสนุนให้โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์เปิดหอบริบาลผู้สูงอายุ “บ้านพิงรัก” ขึ้น เนื่องจาก
เห็นว่าที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์นั้นมีตึกซึ่งเป็นวอร์ดเก่าและใช้งานไม่เต็มพื้นที่ จึงขอให้มีการปรับปรุงเป็นวอร์ดส�าหรับ
ผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งปัจจุบันบ้านพิงรักแห่งนี้ได้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุทั่วไปและระยะฟักฟื้นโดยมีพยาบาลวิชาชีพดูแลตลอด 2๔
ชั่วโมง ทั้งยั้งถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่กองทัพเรือจะเข้ามาดูแลด�าเนินการให้มีการพัฒนาต่อไป
๔. ด้านก�าลังพล การขอบรรจุอัตราพิเศษให้กับพยาบาลวิชาชีพ เนื่องจากอัตราการบรรจุในปีหนึ่งๆ มีเพียง ๑๐ - ๑2
คนเท่านั้น ขณะที่มีพยาบาลวิชาชีพค้างอยู่ถึง 2๐๐ - ๓๐๐ คน ซึ่งก็เป็นนโยบายที่รับด�าเนินการต่อมา และอีกสิ่งหนึ่งคือ
การขอให้นักเรียนพยาบาลได้รับทุนตั้งแต่เข้าเรียนปี ๑ ให้เหมือนกับเหล่าทัพอื่นๆ
๕. งานด้านการแพทย์ปฐมภูมิ ซึ่งเป็นหน่วยแพทย์ที่อยู่ตามหน่วยทหารต่างๆ ทั้งที่มีแพทย์และไม่มีแพทย์อยู่ประจ�าได้
สนับสนุนเพื่อให้ได้การรับรองจากกรมอนามัยตามมาตรฐาน HPHNQC (Health Promoting Hospital National Quality Criteria)
ได้มีการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ เพิ่มเติม และแต่งตั้งโรงพยาบาลหลักของกรมแพทย์ทหารเรือทั้ง ๔ แห่ง
ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ และโรงพยาบาล
อาภากรเกียรติวงศ์ เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายให้การดูแลสนับสนุนช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษาให้แก่หน่วยแพทย์ปฐมภูมิทั้งหมด
ที่สังกัดกองทัพเรือ เพื่อให้หน่วยแพทย์ปฐมภูมิได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2๙๓
AW-NAVAL MED. BOOK-3.indd 293 3/19/16 4:51 PM

