Page 34 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 34

ให้มีนายแพทย์ ชื่อ นายพัน (ยังไม่มีนามสกุล) ประจ�าอยู่ที่     เรื่องราวที่น่าสนใจเมื่อครั้งอดีตของกรมแพทย์ทหารเรือ
                                     นั่น และต่อมายังปรากฏหลักฐานเป็นค�าสั่ง ลงวันที่ ๒๐  ยังปรากฏอยู่ในช่วง พ.ศ.๒๔๔8 โดยครั้งนั้นได้มีการส่ง

                                     กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๐ ว่า ได้มีการส่งว่าที่เรือตรี วงศ์ (ยัง  นักเรียนไปเรียนแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราชจ�านวน ๒๐ คน
                                     ไม่มีนามสกุล)  ไปเป็นนายแพทย์ประจ�ากองโรงเรียน         ซึ่งในปีเดียวกันนั้น หมอเฮส์ได้ก่อตั้งโรงพยาบาลเลิดสินขึ้น
                                     พลทหารเรือที่ ๕ ต�าบลบางพระ จังหวัดชลบุรี (ปัจจุบันไม่มี  ครั้นเวลาผ่านเลยไปร่วม ๔ ปี ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.
                                     หน่วยทหารเรือนี้แล้ว) อีกทั้งมีหลักฐานเป็นค�าสั่ง ลงวันที่  ๒๔๕๒ หมอเฮส์ก็ได้ลาออกจากราชการโดยไม่ทราบสาเหตุ

                                     1๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕1 ว่าได้ส่ง ว่าที่เรือตรี ชื่น (ยังไม่มี  แต่คงเนื่องด้วยนายแพทย์ผู้นี้ได้ปรับปรุงกิจการและวาง
                                     นามสกุล) ไปเป็นนายแพทย์ประจ�ากองโรงเรียนพลทหารเรือ  รากฐานการแพทย์ทหารเรือไว้หลายประการ จึงปรากฏว่า
                  จอมพลเรือ          ที่ ๖ จังหวัดระยอง (ปัจจุบันไม่มีหน่วยทหารเรือนี้แล้ว) รวม  แม้จะลาออกจากราชการไปแล้ว ก็ยังได้รับเกียรติยศเป็น
                  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
                  เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์   ถึงหลักฐานค�าสั่ง ลงวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.๒๔๕1 ในการ  พิเศษ ให้สวมเครื่องแบบทหารเรือได้ตลอดเวลาที่พักพิงอยู่
                  กรมพระนครสวรรค์วรพินิต  ส่ง ว่าที่เรือตรี ทองอยู่ (ยังไม่มีนามสกุล) ไปเป็นนายแพทย์  ในประเทศไทย นาวาโท เบอร์เมอร์ จึงด�ารงต�าแหน่งเป็น

                                     ประจ�ากองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๔ จังหวัดสมุทรปราการ  นายแพทย์ใหญ่ทหารเรือต่อมา และมี เรือตรี เภา (หลวง
                                     (พ.ศ.๒๔9๖ เป็นที่ตั้งกองโรงเรียนนายเรือ) จากหลักฐาน     พิพัฒน์ฯ) เป็นผู้ช่วยนายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ โดยในสมัยนั้น
                                     ดังกล่าว จะเห็นว่าได้มีหน่วยพยาบาลย่อยของกรมหรือกอง  มีนายแพทย์ประจ�าการทั้งที่กองบังคับการ และโรงพยาบาล

                                     แพทย์ของทหารเรือออกไปปฏิบัติการอยู่กับหน่วยทหาร       ที่วัดระฆังฯ ประมาณ 8 - 9 นาย และมีพยาบาลอยู่ประมาณ
                                     ในพื้นที่ต่างๆ บ้างแล้ว                         1๐ นาย อีกทั้งได้มีการเปิดรับสมัครพลทหารเรือพรรคเหล่า
                                                                                     ต่างๆ ที่สมัครใจ คัดเลือกมาอบรมเป็นพยาบาล เรียกว่า “ลูก

                  นายแพทย์ ฮันส์ อดัมเซน                                             หมู” ปักอักษร “มป” หรือ “ล” ที่แขนเสื้อ
                  (พระบ�าบัดสรรพโรค)                                                     กระทั่ง พ.ศ.๒๔๕๓ ได้มีโครงการที่จะย้ายที่ตั้งกอง
                  ส�าเนาภาพจากหนังสือชีวิตอุทิศเพื่อสยาม
                  อ�ามาตย์เอก พระอาจวิทยาคม,                                         แพทย์และโรงพยาบาลไปตั้งในบริเวณปากคลองมอญด้าน
                  นพ.จอร์จ บี แม็คฟาร์แลนด์
                                                                                     เหนือ อ�าเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี ตรงข้ามกับท่า
                                                                                     ราชวรดิษฐ์ โดยมีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนั้น

                                                                                     ตามหลักฐานแผนที่ซึ่ง เรือตรี เลื่อน (ยังไม่มีนามสกุล) ได้
                  (ขวา)
                  ภาพวาดแสดงต�าแหน่ง                                                 เขียนภาพไว้ เมื่อวันที่ ๒1 พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๓ โดยย่อ
                  ของป้อมปราการต่างๆ                                                 เป็นแผนที่พร้อมกับระบุสถานที่ต่างๆ  ที่จะขอเวนคืน
                  ในสมัยพระบาทสมเด็จ
                  พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว                                          อสังหาริมทรัพย์ในบริเวณที่ตั้งใหม่ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ การ
                  ซึ่งมีเพียงป้อมพระจุลจอมเกล้า                                      ก่อสร้างอาคารกองแพทย์และโรงพยาบาลแห่งใหม่จึงได้
                  เท่านั้น ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕
                  ส่วนป้อมที่เหลือทั้งหมด                                            เริ่มต้นขึ้น (ได้รับอนุมัติและงบประมาณเมื่อใด รวมถึงมีการ
                  เป็นป้อมเก่าที่ถูกสร้างมาตั้งแต่                                   ลงมือก่อสร้างใน พ.ศ.๒๔๕๔ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
                  สมัยรัชกาลที่ ๒
                  และรัชกาลที่ ๓ ทั้งสิ้น                                            ว่าการก่อสร้างส�าเร็จอย่างไร แต่มีการระบุว่า ได้ย้ายกอง




       ๓๒




     AW-NAVAL MED. BOOK-0.indd   32                                                                                              3/21/16   4:52 AM
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39