Page 30 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 30

(ขวา)                                                                     เท่าใดก็มีเรือมารับกลับเสียแล้วเพราะมีพาหนะรับส่งคนงาน
           ภาพถ่ายมุมสูง                                                             เพียงล�าเดียว ทุกๆ วันในตอนสายจะมีเรือกลไฟอีกล�าหนึ่ง
           บริเวณหน้าวัดระฆังโฆสิตารามฯ
           จากมุมมองของท่าช้างวังหลวง                                                ซึ่งมีนายแพทย์ 1 นาย จากกรมแพทย์มากับเรือด้วย เรือ
           คาดว่าประมาณ พ.ศ.๒๔๓๓-พ.ศ.๒๔๔๙                                            ล�าใดมีคนป่วยก็ชักธงสัญญาณ (ธง จ จาน) เรียกนายแพทย์
           เพราะมีการก่อสร้างอู่เรือใต้วัดระฆัง
           (อู่ที่ ๑) และโรงพยาบาลทหารเรือแล้ว                                       ขึ้นไว้ที่พรวน แล้วนายแพทย์ที่ว่านี้จะได้ขึ้นไปตรวจคนป่วย
                                     ส�าเนาภาพมาจากหนังสือ ๑๐๐ ปีสตรีวัดระฆัง        ไปรักษายังโรงพยาบาลที่ปากคลองมอญเลยทีเดียว”
                                                                                     เป็นล�าๆ ไปตามล�าดับ ถ้ามีทหารป่วยมากก็ต้องจัดการส่งตัว




                                                                                         จากบทบันทึกนี้มีข้อน่าสังเกตอย่างหนึ่ง คือ เหตุผลที่
                                                                                     ต�าแหน่งที่ตั้งของโรงพยาบาลทหารเรือหรือสถานพยาบาล
                                                                                     ของแพทย์ทหารเรือสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.
                                       “เมื่อครั้งข้าฯ ออกเป็นนายทหารใหม่ๆ บรรดาเรือหลวง  ๒๔๗๕ จะต้องใกล้กับแม่น�้าเจ้าพระยาอาจเป็นเพราะเพื่อ

                                     ทั้งหมดจอดผูกทุ่นอยู่กลางแม่น�้าเจ้าพระยาทุกล�า เว้นแต่  ความสะดวกในการตรวจรักษาผู้ป่วยตามเรือต่างๆ แต่ในส่วน
                                     เรือซ่อมจึงจะจอดเทียบท่าอยู่หน้ากรมอู่ (กรมอู่ทหารเรือ...  ของกองบังคับการของหน่วยแพทย์หรือที่ท�าการของหัวหน้า
                                     ผู้เรียบเรียง) หรืออยู่ในอู่ ซึ่งในเวลานั้นมีเพียงอู่เดียว (หมาย  หน่วยแพทย์ หรือเสมือนต�าแหน่งว่าที่แพทย์ใหญ่มักจะอยู่

                                     ถึง อู่หมายเลข 1 บริเวณทิศใต้ของวัดระฆังโฆสิตารามเพียง  ใกล้ๆ กับสถานที่ปฏิบัติงานของผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
                                     อู่เดียว...ผู้เรียบเรียง) ซึ่งแบ่งออกเป็นสองตอน เรียกว่า         (ปัจจุบันคือผู้บัญชาการทหารเรือ) เป็นส�าคัญ
                                     อู่นอกและอู่ใน ทุ่นผูกเรือที่ทอดไว้กลางแม่น�้ามีตลอดไปจาก
                                     คลองบางหลวง จนขึ้นไปถึงสามเสน เป็นทุ่นรูปโคนทาสีแดง
                                     ตอนบนมีห่วงส�าหรับผูกกับโซ่หรือเชือกลวดของเรือ ตั้งแต่

                                     ปากคลองบางหลวง จนถึงปากคลองมอญเป็นที่จอดเรือ
                                     ช่วยรบ ตั้งแต่ปากคลองมอญ จนถึงปากคลองบางกอกน้อย
                                     เป็นที่จอดเรือใช้ตอร์ปิโด ตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อยขึ้น

                                     ไปเป็นที่จอดเรือปืน และเรือพระที่นั่งมหาจักรี ตอนสามเสน
                                     แม่น�้ากว้างกว่าที่ใดๆ โดยมากเรือหลวงมักจะแล่นขึ้นไป
           (ขวา)                     กลับล�าที่บริเวณสามเสนนี้
           ภาพถ่ายทางอากาศ
           ใน พ.ศ.๒๔๘๔ โดย William Hunt    อนึ่ง เรือล�าใดจะต้องซ่อมเพียงเล็กน้อยไม่ถึงกับต้อง
           จะเห็นบริเวณหน้าวัดระฆังฯ  เข้าอู่ก็มีเรือกลไฟบรรทุกคนงานของกรมอู่ไปส่งที่เรือในเวลา
           อาคารชุดแรกของโรงเรียนสตรีวัดระฆังฯ
           ซึ่งในสมัยนั้นจะยังไม่ได้ปรับเปลี่ยน  ตอนสาย เพื่อจัดการซ่อมเรือล�านั้นตามใบสั่งงานของกรมอู่  ส�าเนาภาพมาจากหนังสือ ๑๐๐ ปีสตรีวัดระฆัง
           โครงสร้างหลักๆ            ครั้นถึงเวลาบ่ายเลิกงานแล้วก็มีเรือกลไฟมารับคนงานกลับ
           ของกลุ่มอาคารไม้สามหลังเดิม
           ของโรงพยาบาลทหารเรือ      ไป สังเกตว่าเรือที่จอดอยู่ทางสามเสนคนงานท�างานไม่ได้




       ๒8




     AW-NAVAL MED. BOOK-0.indd   28                                                                                              3/21/16   4:51 AM
   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35