Page 35 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 35
แพทย์กับโรงพยาบาลมาจากที่ตั้งเก่า คือ บริเวณวัดระฆังฯ
เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖)
ต่อมาปรากฏว่ามีผู้คนเริ่มเห็นคุณค่าของการเป็น
พยาบาล และพากันมาสมัครเป็นพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ทาง
ราชการจึงวางระเบียบแบบแผนการแต่งเครื่องแบบ คือ
พันจ่าแต่งเครื่องแบบทหาร ส่วนพยาบาลให้แต่งกายชุด
พลเรือน (นุ่งผ้าโจงกระเบน) มาท�างานกันทุกคน ซึ่งในยุค
นั้นพบว่าผู้ป่วยที่ต้องการรักษาในโรงพยาบาลทหารเรือส่วน
มากป่วยเป็นโรคเหน็บชา กามโรค และโรคติดฝิ่น ทางการ
แพทย์ทหารเรือจึงจัดส่งพยาบาลชั้นพันจ่าไปศึกษาวิชา
แพทย์เพิ่มเติมที่โรงพยาบาลศิริราช 1 นาย และเรียนการ
ถ่ายรูปที่กรมแผนที่ทหารบกเพื่อใช้การทางรัศมีวิทยาอีก 1
นาย ทว่าพันจ่าทั้งสองที่ส่งไปไม่สามารถศึกษาได้ส�าเร็จ
ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๕๕ เรือโท เภา (ยังไม่มีนามสกุล) ได้
ลาออกจากต�าแหน่งรองนายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ ทาง
ราชการจึงแต่งตั้งให้ เรือเอก ชื่น (ยังไม่มีนามสกุล) ด�ารง
ต�าแหน่งดังกล่าวแทน และในปีนั้นเอง ประเทศญี่ปุ่นได้
จัดการประชุมแพทย์ทางตะวันออกขึ้น เพื่อร่วมปรึกษาหารือ
เกี่ยวกับเรื่องการป้องกันและรักษาโรคเหน็บชา อันเป็นผล
สืบเนื่องมาจากระหว่างสงครามญี่ปุ่น - รัสเซีย มีทหารญี่ปุ่น
ป่วยเป็นโรค Beriberi หรือโรคเหน็บชา มากถึงร้อยละ ๓๐
ในโอกาสนี้ นาวาโท เบอร์เมอร์ จึงเดินทางไปร่วมการประชุม
ดังกล่าว และเรือเอก ชื่น ได้รักษาราชการแทนในต�าแหน่ง
นายแพทย์ใหญ่ โดยมีนายแพทย์เอ็ด อาร์ดัมซัน (พระบ�าบัด
สรรพโรค) เป็นที่ปรึกษาทางวิชาแพทย์ ครั้น นาวาโท เบอร์
เมอร์ เดินทางกลับมาแล้วได้ถวายรายงานแก่สมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์
วรพินิต ผู้บัญชาการทหารเรือขณะนั้น ส่งผลให้กองทัพเรือ
มีการกวดขันด�าเนินการเพื่อดูแลสุขภาพก�าลังพลอย่างจริงจัง แผนที่ ซึ่ง เรือตรี เลื่อน (ในเวลานั้นยังไม่มีการใช้นามสกุล) ได้เขียนไว้เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๓
โดยระบุสถานที่ต่างๆ ที่จะขอเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณปากคลองมอญ ซึ่งก็คือที่ตั้งของกรมแพทย์พยาบาลทหารเรือ
เชิงรุก ด้วยผู้บัญชาการทหารเรือทรงสั่งการให้ปรับปรุง ที่ปากคลองมอญในเวลาต่อมา
๓๓
AW-NAVAL MED. BOOK-0.indd 33 3/21/16 4:52 AM

