Page 32 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 32
(ขวา) มหาราช รัชกาลที่ 1 ให้ตั้งเป็นที่ท�าการของกรมทหารเรือ
แพทย์ศิริราชรุ่นที่ ๓๗
(แพทย์หลักสูตรปริญญารุ่นที่สี่) หน่วยแพทย์ทหารเรือจึงแยกกองบังคับการออกจาก
เป็นแพทย์ปริญญาสองท่านแรก โรงพยาบาลมาตั้งที่ท�าการใหม่บริเวณกรมยุทธโยธาทหารเรือ
ที่มารับราชการเป็นทหารเรือ
คือ นายแพทย์ปรีดา ล้วนปรีดา (กรมอู่ทหารเรือในปัจจุบัน) แต่โรงพยาบาลกลางยังคงตั้งอยู่
(แถวหน้าที่สี่จากซ้าย) ที่วัดระฆังฯ ตามเดิม โดยลักษณะอาคารกองบังคับการ
และนายแพทย์ศิริิ มหานนท์
(แถวกลางที่สองจากซ้าย) ในที่ตั้งใหม่บริเวณกรมยุทธโยธาทหารเรือเมื่อแรกเริ่มเป็น
ตึกยาว ๒ ชั้น 1 หลัง และมีโรงกั้นด้วยสังกะสี ใช้เป็นคลัง
เก็บยากับพัสดุรวมกันอีก 1 หลัง ซึ่งต่อมาใน พ.ศ.๒๔๕๒
ได้มีการขยายการบริการทางการตรวจรักษาเพิ่มเติมโดยเปิด
เป็น “ศาลาโอสถ” (บางหลักฐานระบุชื่อว่าเป็น “โอสถศาลา
กองแพทย์ทหารเรือ”) ตั้งอยู่ในบริเวณข้างวัดวงมูลอีกหนึ่ง
แห่ง (ปัจจุบันชื่อว่าวัดวงศมูลวิหาร หรือวัดทรงประมูล ตั้งอยู่
ในพื้นที่ของกรมอู่ทหารเรือ โดยยังคงเหลือเพียงพระอุโบสถ
พยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน เท่านั้น) (ต่อมาภายหลัง เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖ ศาลาโอสถ หรือ
ในเรื่องของอัตราในโรงพยาบาลทหารเรือเมื่อครั้งแรก โอสถศาลา กองแพทย์ทหารเรือ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “แผนก
เริ่มนั้น เอกสารทางประวัติศาสตร์ได้ระบุว่า ประกอบด้วย คลังยา” และใน พ.ศ.๒๔๕9 แบ่งออกเป็น ๒ หน่วยงานหลัก
สารวัตร 1 รองสารวัตร 1 นายแพทย์ 1 ผู้ช่วยนายแพทย์ คือ คลังยาและห้องผสมยา จนถึง พ.ศ.๒๔๖1 จึงรวมเรียก
1 นายสิบพยาบาล 1 และนายสิบภัณฑกิจ 1 โดยมีการ ใหม่ว่า “ห้องผสมยาและคลังยา” ถัดมาใน พ.ศ.๒๔๖8
ประกาศแต่งตั้งข้าราชการประจ�าโรงพยาบาลทหารเรือเมื่อ เปลี่ยนมาเรียกว่า “ห้องผสมยา” ครั้น พ.ศ.๒๔๖9 กลับมา
วันที่ ๓1 กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๓๓ ให้ นายร้อยเอก นายทั่ง เรียกชื่อรวมใหม่ว่า “ห้องผสมยาและคลัง” แต่ใน พ.ศ.๒๔๗๐
เป็นสารวัตรใหญ่ นายเหลี่ยม เป็นรองสารวัตรใหญ่ นายฟัก
เป็นนายแพทย์ และนายเวก เป็นผู้ช่วยนายแพทย์ ส่วน
ต�าแหน่งนายแพทย์ใหญ่ทหารเรือยังคงว่างอยู่เนื่องจาก
ในหนังสือ “1๒๐ ปี กรมพลาธิการทหารเรือ” ได้ระบุไว้ว่า
ค�าว่า “สารวัตร” นั้น หมายถึง ผู้ตรวจงานทั่วไป ดังนั้น โดย
(ขวาใน) ความหมายแล้ว ต�าแหน่งสารวัตรใหญ่จึงไม่ใช่ต�าแหน่ง
“ศาลาโอสถ” นายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ
(โอสถศาลา กองแพทย์ทหารเรือ)
น่าจะมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณรอบๆ วัดวงศมูล อีก 1๐ ปี ต่อมา ใน พ.ศ.๒๔๔๓ พระบาทสมเด็จ
(วัดวงศมูลวิหาร หรือวัดทรงประมูล) พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชนิเวศน์เดิม
ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของกรมอู่ทหารเรือ
ปัจจุบันคงเหลือเพียงพระอุโบสถเท่านั้น (จวนเดิม) ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
๓๐
AW-NAVAL MED. BOOK-0.indd 30 3/21/16 4:52 AM

