Page 12 - ข่าวสาร ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
P. 12

ข่าวสารแพทย์นาวี  : Naval  Medical  Newsletter




               ๔. การผ่าตัด พิจารณาในรอยโรคที่มีขนาดใหญ่ และมีปริมาณไม่มาก
        หรือพิจารณาในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่เห็นผล

               ๕. การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สามารถท�าได้ ๒ วิธี คือ
                       ๑.     การทายากระตุ้นภูมิ คือ การใช้ยาที่กระตุ้นให้เกิดผื่นภูมิแพ้สัมผัส

        เช่น   (DCP, DPCP)   มาทาบริเวณรอยโรค ใช้ในกรณีที่มีรอยโรคหลายต�าแหน่ง
        และไม่ตอบสนองต่อกการรักษาด้วยวิธีอื่น วิธีนี้มีข้อจ�ากัด คือผู้ป่วยต้องมา
        โรงพยาบาลทุกสัปดาห์เพื่อให้แพทย์เป็นคนทายาให้

                       ๒. การฉีดวัคซีนบางชนิด การฉีดวัคซีน เช่น  MMR  หรือ BCG
        เข้าไปที่รอยโรคของหูด จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้เข้ามาช่วยท�าลาย

        รอยโรคได้ พิจารณาใช้ในกรณีที่มีรอยโรคหลายต�าแหน่งและไม่ตอบสนองต่อการ
        รักษาด้วยวิธีอื่น

        การฉีดวัคซีนปัองกันโรคหูด
               การฉีดวัคซีนส�าหรับโรคหูด  ในปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนเอชพีวี  สายพันธุ์ที่ท�าให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดหูดที่บริเวณ

        อวัยวะเพศและทวารหนัก (HPV high-risk subtypes: 6,11,16,18,31,33,45,52,58) ซึ่งสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งที่
        ปากมดลูก  องคชาติ  และทวารหนักได้  การฉีดสามารถลดโอกาสการเกิดโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งปากมดลูดได้ถึง  ๙๐%

        มะเร็งทวารหนัก ๘๐% ขึ้นกับชนิดของวัคซีน อายุและประวัติการมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วย โดยจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อ
        ฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก สามารถฉีดในเพศหญิงอายุ ตั้งแต่ ๙ - ๔๕ ปี และเพศชายอายุ ๙ - ๒๖ ปี โดยฉีดทั้งหมด ๓ ครั้ง
        (แต่หากเริ่มฉีดตอนอายุ ๙ - ๑๔ ปี พบว่าการฉีดวัคซีนเพียง ๒ เข็ม ก็ให้ประสิทธิภาพที่ดีเทียบเท่ากับการฉีด ๓ เข็ม) อย่างไร

        ก็ตามแนะน�าให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมและประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนส�าหรับผู้ป่วยในแต่ละราย










































                                          ภาพลักษณะรอยโรคของหูดชนิดต่างๆ



       หน้า ๘  ข่าวสารแพทย์นาวี  ปีที่ ๖๖ เล่มที่  ๒  เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๗
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17