Page 151 - nmd Report 63
P. 151
เสริมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง สร้างความตระหนักให้กลุ่มเป้าหมายเตรียมความพร้อมภารกิจฉุกเฉิน ทร.
๗.๓.๑ รพ.ฯ จัดให้มีโปรแกรมสุขภาพและความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของก�าลังคนใน รพ.ฯ
โดยประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพในโรงพยาบาลตามแบบ RAH 01 เพื่อประเมินความเสี่ยงสถานที่ท�างาน หรือแผนกมีสิ่งคุกคาม
ที่จะก่อให้เกิดอันตรายได้มากน้อยเพียงใด และเพื่อน�าไปสู่การพิจารณาที่จะด�าเนินการแก้ปัญหาความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
มีการสร้างเสริมสุขภาพอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วทั้ง
องค์กร มีการจัดการความเสี่ยงที่เป็นระบบและต่อเนื่องโดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงประจ�าปี คือ ตรวจสมรรถภาพ
การได้ยิน ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น ตรวจสมรรถภาพปอด ตรวจการท�างานของตับ-ไต สารปรอทและสารตะกั่วในเลือดของ
บุคลากรที่ท�างานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง มีการระบุบุคลากรกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากโรคติดต่อในขณะ
ปฏิบัติงาน เช่น TB ตับอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ หัดเยอรมัน รวมทั้งโรคติดต่ออื่นๆที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อ และประสานขอรับวัคซีนจาก
กรมควบคุมโรคติดต่อเพื่อฉีดให้บุคลากรกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19
๗.๓.๒ การด�าเนินการเตรียมพร้อมก�าลังพลด้านสุขภาพ รพ.ฯ ได้มีการสร้างความร่วมมือระหว่าง รพ.สมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ พร. คลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวกองเรือยุทธการ ด�าเนินการคัดกรองภาวะสุขภาพในด้านความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
และหลอดเลือด ปี งป.๖๒ มีผู้เข้าร่วมคัดกรองโรคจ�านวน ๑๑๔ ราย โดยใช้เครื่องมือ Thai CV risk score พบว่า มีกลุ่มเสี่ยงต่อ
การเกิดโรค จ�านวน ๕๕ ราย โดยกลุ่มเสี่ยงน้อย จ�านวน ๓๘ คน กลุ่มเสี่ยงกลาง จ�านวน ๑๑ คน กลุ่มเสี่ยงสูง จ�านวน ๖ คน
โดยในระยะติดตามผลต่อเนื่องในระยะเวลา ๑ ปี พบว่า เสี่ยงน้อย ๗๑.๗๙% เป็นผู้ที่จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงเดิม (๒๘ คน)
๑๐๐% เสี่ยงกลาง ๒๘.๒๐% เป็นผู้ที่มีระดับความเสี่ยงน้อย (๑๑ คน) เพิ่มระดับมาเป็นเสี่ยงกลาง ๒ คน เนื่องจากมีอายุมากขึ้น
และมีค่าความดันโลหิตสูง และเสี่ยงสูง 0% โดยปีนี้มีความเสี่ยงสูงได้ลดระดับมาเป็นเสี่ยงกลาง จึงไม่พบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
นอกจากนี้ รพ.ฯ รณรงค์การขับขี่ปลอดภัย น�าโดย Trauma team ของ รพ.ฯ เนื่องจากมีอุบัติการณ์ในการเกิดอุบัติเหตุจาก
ทหารและครอบครัวภายใน กร. ทั้งนี้ปลายปี งป.๖๓ เกิดสถานการณ์การระบาด COVID-19 จึงได้งดกิจกรรมดังกล่าว ตาม
นโยบาย Social Distancing
๗.๓.๓ ในด้านการการตอบสนองภารกิจกองทัพเรือ ความพร้อมในการฝึก การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ภัยพิบัติ และ
การถวายความปลอดภัยฯ นั้น รพ.ฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับภัยพิบัติ/ภาวะฉุกเฉินให้ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการความ
ต่อเนื่องของการให้บริการ (BCM : Business Continuity Management System ระบบบริหารความต่อเนื่องของกิจการภายใต้
ภาวะวิกฤติ) โดยมีการจัดท�าและทบทวนแผนภัยพิบัติ/ฉุกเฉินต่างๆ ให้ครอบคลุมตามความเสี่ยงของหน่วย มีการจัดอบรม BCM
แก่หน่วยใน รพ.ฯ ที่เกี่ยวข้อง และเริ่มด�าเนินการจัดท�าแผน BCM ระบบงานส�าคัญใน ๓ หน่วย (ICU, ER, OR) มีการเตรียมพร้อม
รองรับภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินในหน่วย โดยมีชุดปฏิบัติการในที่ตั้งตามขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบในขั้นต้น โดยประสานการ
สนับสนุนจากหน่วย ทร. ในพื้นที่และส่วนราชการอื่นๆ ตามความจ�าเป็นหากเกินขีดความสามารถ (ชุดแพทย์ DMAT, MERT,
รพ.สนามทางบก-เรือ หน่วยเคลื่อนที่) โดยร่วมกับ พร. ท�าการทบทวน จัดท�ารายการ สป.สายแพทย์ และอุปกรณ์ในการสนับสนุน
ทางการแพทย์ตามแผนบรรเทาสาธารณภัย ทร. และ พร.
๗.๓.๔ ผลลัพธ์การด�าเนินการพบว่าสามารถปฏิบัติตามแผนงานได้ ๑๐๐% ใน ปี งป.๖๓ ได้อ�านวยการ รปภ.ทางการ
แพทย์พระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลส�าคัญ จ�านวน ๒๒๔ ครั้ง จัดชุดแพทย์สนับสนุนการฝึกร่วม ทม.รอ./เหล่าทัพ ประจ�าปี งป.๖๓
ระหว่าง ๒๒ ม.ค. - ๑๐ ก.พ.๖๓ ตามที่ได้รับสั่งการจาก พร. ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี ร.๒ รอ. จว.ปราจีนบุรี และสนามฝึก ทร.
หมายเลข ๑๖ จว.จันทบุรี ปฏิบัติการสนับสนุนการบรรเทาสาธารณภัย เมื่อ ก.พ.๖๓ จัดเตรียมชุดปฏิบัติการแพทย์เคลื่อนที่เร็ว
พร้อมสนับสนุน พร. ในสถานการณ์ทางการเมืองตามที่ได้รับสั่งการ จัดท�าแผนปฏิบัติการแพทย์รองรับสถานการณ์การระบาด
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และช่วยอ�านวยการ การปฏิบัติการตั้งแต่ ม.ค.๖๓ - ปัจจุบัน มีการซ้อมแผนฉุกเฉิน/
ภัยพิบัติทั้ง Table top (TTX) และปฏิบัติจริง ใน งป.๖๓ โดยท�าการซักซ้อมแผนรองรับภาวะฉุกเฉินจากสารเคมี เมื่อ ก.พ.๖๓
ร่วมกับ กบร.กร. ซ้อมการส่งกลับสายแพทย์ทางอากาศ
143 รายงานกิจการสายแพทย์กองทัพเรือ
ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๓

