Page 23 - ๑๐๐ ปี กรมแพทย์ทหารเรือ
P. 23
จากภาพจะเห็น
การบรรทุกปืนกลแคตลิงไว้บนหลังช้าง
ที่ยืนอยู่ด้านหลังของ
ทหารมะรีนฝ่ายทหารราบ
(ที่ยืนอยู่หกคนทางขวาของภาพ)
เมื่อคราวสงครามปราบฮ่อ พ.ศ.๒๔๒๗
กรมพระราชวังบวรสถานมงคล
(กรมหมื่นบวรวิไชยชาญ; วังหน้า)
อาสามอญ และกรมอาสาจาม ซึ่งเป็นกรมที่จ่ายคนลงประจ�า เนื่องจากพระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการและ
เรือ และอีกส่วนหนึ่งขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของกรมพระราชวัง ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ
บวรสถานมงคล (กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ) เรียกว่า ประเทศทางตะวันตกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกิจการ
“ทหารเรือฝ่ายพระราชวังบวร” หรือ “ทหารเรือวังหน้า” เข้าใจ ทหารเรือ ทรงสั่งซื้อเรือและทรงโปรดให้มีการต่อเรือเอง เช่น
ว่าคงเป็นหน่วยที่เป็นกิจการทางทหารเรือที่มีมาแต่เดิม โดย เรืออาสาวดีรส เรือยงยศอโยชฌิยา เรือภารประภา เป็นต้น
อยู่ในสังกัดของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์ทรงมีหน่วยขึ้นในสังกัด คือ กรมเรือกลไฟ กรม
อาสาจาม และกองทะเล (บางครั้งเรียกกองกะลาสี) ต่อมาได้
ทรงปรับปรุงการทหารของประเทศให้เจริญก้าวหน้าเป็น
แบบใหม่ หรืออย่างยุโรป จึงมีการจัดหาอาวุธยุทธภัณฑ์แบบ พลเรือโท พระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์
ใหม่ๆ มาใช้ในราชการ และให้กรมแสงเป็นผู้ดูแลรักษา ต่อ ด�ารงต�าแหน่งเป็นเจ้าพนักงานใหญ่
มาก็ได้จัดตั้งกองทหารขึ้นในกรมแสงส�าหรับใช้อาวุธที่สั่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
เข้ามาใหม่ เช่น ปืนกลแคตลิง ซึ่งในระยะนี้พระองค์เจ้าสาย
(ซ้ายใน)
สนิทวงศ์ เป็นผู้บังคับการกรมแสง ต่อมาก็โอนทหารกรม เรือพระที่นั่งยงยศอโยชฌิยา
๒1
AW-NAVAL MED. BOOK-0.indd 21 3/21/16 4:51 AM

