Page 10 - ข่าวสารแพทย์นาวีฉบับเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๖
P. 10

ข่าวสารแพทย์นาวี  : Naval  Medical  Newsletter



        การตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ  อาจท�าโดยการใช้ใบมีดขูดขุย  หรือไม้กดลิ้นขูดรอยโรคในเยื่อยุแล้วน�าไปตรวจภายใต้

        กล้องจุลทรรศน์  (direct  exam  with  10%KOH)  พบรากลม  (ยีสต์)  และสายราเทียม  (budding  yeast  cell  with
        pseudohyphae)

        การพยากรณ์โรคติดเชื้อราแคนดิดาที่ผิวหนังและเยื่อบุ

               โรคติดเชื้อราแคนดิดาที่ผิวหนังและเยื่อบุ พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง มักมีอาการแสบคัน แต่ไม่เป็น
        อันตรายร้ายแรง หากภูมิคุ้มกันไม่ได้ต�่ามาก หรือมีการใส่สายสวนต่างๆ คาไว้จนเกิดการติดเชื้อรุนแรงเข้ากระเสเลือด
        สู่อวัยวะภายใน การรักษามักตอบสนองได้ดีต่อยาต้านเชื้อราทั้งในรูปแบบทา และรับประทาน สามารถรักษาให้หายขาดได้
        และได้ผลดีเมื่อร่วมกับการปรับพฤติกรรมและลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

        การรักษาโรคติดเชื้อราแคนดิดาที่ผิวหนังและเยื่อบุ

        การรักษาโรคติดเชื้อราแคนดิดาที่ผิวหนังและเยื่อบุ  ได้แก่
               ๑. ยาต้านเชื้อราในรูปแบบใช้เฉพาะที่
                   ๑.๑ ยาในกลุ่ม azole (ketoconazole, clotrimazole) ใช้ทารอยโรคบริเวณผิวหนัง หรือปลายองคชาต
        โดยมักจะต้องทาต่อเนื่อง วันละ ๒ ครั้ง อย่างน้อย ๒ - ๔ สัปดาห์

                   ๑.๒ ยาต้านเชื้อส�าหรับรอยโรคในเยื่อบุ เช่น ยาป้ายปาก (nystatin gel) หรือ ยาอม (clotrimazole troche)
        ใช้ในการติดเชื้อในช่องปาก ยาเหน็บ เช่น clotrimazole vaginal suppositories ส�าหรับรอยโรคในช่องคลอด หากมีฝ้า
        หรือขุยลอกหนา แนะน�าให้ขูดออกก่อน ค่อยป้ายยาที่ผิวของเยื่อบุ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
               ๒. ยาต้านเชื้อราในรูปแบบรับประทาน

                   ใช้ในกรณีผื่นมีปริมาณมาก หรือให้การรักษาด้วยยาทาแล้วยังได้ผลไม่ดี การกินยาต้านเชื้อราควรอยู่ภายใต้การดูแล
        ของแพทย์ เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงรุนแรงได้
               ๓. การดูแลสุขอนามัย และการป้องกันการกลับมาเป็นซ�้า
                   การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การลดน�้าหนัก ใส่เสื้อโปร่งสบาย ไม่อับชื้น หมั่นอาบน�้า ช�าระร่างกายให้สะอาด

        ไม่มีเหงื่อไคลหมักหมม













           A                                                                     D







                                               B




           C                                                                         E




         ภาพแสดงอาการทางคลินิก A.) รอยโรคการติดเชื้อแคนดิดาที่ใต้ราวนม B.) ช่องปาก C.) ข่องคลอด D.) ปลายองคชาต
         E.) รากลมและสายราเทียม (budding yeast cells with pseudohyphae) ภายใต้การส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์



       หน้า ๖   ข่าวสารแพทย์นาวี  ปีที่ ๖๕ เล่มที่  ๑๑  เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖
   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15